ใกล้งานสัปดาห์หนังสืออีกแล้ว แต่ฉันคิดว่า คราวนี้ คงไม่ได้ซื้อหนังสือหรอก เพราะที่มีอยู่และที่ได้มาก็ยังอ่านไม่หวาดไม่ไหว ฉันสังเกตว่า เดี๋ยวนี้ หนังสือเล่มหนาขึ้น และสิ่งที่ฉันสนใจอ่านก็หนักขึ้น ก็ดูหนังสือที่ฉันหยิบขึ้นมาอ่านเหล่านี้สิ
* * * * *

ผู้นำ อำนาจ ประวัติศาสตร์ และการเมืองใหม่
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา | สำนักพิมพ์ openbooks
ข้อเขียนว่าด้วยเรื่องอำนาจและบริบททางประวัติศาสตร์และการเมืองของเหล่าผู้นำคนสำคัญของโลกในช่วงรอยต่อระหว่างปลายศตวรรษที่ 20 ต้นศตวรรษที่ 21 โดยผู้เขียนได้เล่าชีวประวัติย่อๆ ของผู้นำสำคัญๆของโลกยุคใหม่ อาทิ โทนี่ แบลร์ – อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ วลาดิมีร์ ปูติน – อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นิโคลาร์ ซาร์โกซี – ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส แบร์ลุสโคนี – (เทียบเท่าตำแหน่ง) นายกรัฐมนตรีของอิตาลี หู จิ่น เทา – ประธานาธิบดีจีน บารัค โอบามา – ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฯลฯ
เนื้อหาในเล่มบอกเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ก่อให้เกิดและเป็นไป ตามความเปลี่ยนแปลงของโลก การตัดสินใจกระทำการต่างๆของเหล่าผู้นำ สะท้อนให้เห็นว่าบางบริบทในประวัติศาสตร์ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเปลี่ยนผันต่อโลกปัจจุบัน
ข้อเขียนในเล่ม เคยตีพิมพ์ครั้งแรกใรนิตยสาร ฅ.คน ในคอลัมน์ ฅ.คนข้างฝา
* * * * *
Utopia
เซอร์ โธมัส มอร์ เขียน | สมบัติ จันทรวงศ์ แปล
สำนักพิมพ์สมมติ
ยูโทเปีย ฉันได้ยินคำคำนี้มานานมากแล้ว ทุกครั้งที่ฉันนึกถึงยูโทเปีย ฉันมักจะคิดถึงประโยคหนึ่งที่ว่า ..กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..นั่นเพราะฉันรู้สึกว่า ยูโทเปียนั้นเป็นเทพนิยาย และฉันก็คิดเอาแบบคนเขลาว่ามันมีอยู่จริงแค่ในนิทาน การได้เริ่มอ่านงานชิ้นนี้ของ โธมัส มอร์ แค่เพียงไม่กี่ย่อหน้า ความคิดความเข้าใจแต่เดิมเปลี่ยนไปในทันที
(อ้อ..อะไรๆก็ดีหรอกนะ สำหรับ สนพ.สมมติ ไม่ว่างานที่เขาเลือกมาพิมพ์ รูปเล่มสวยคลาสสิค แต่อิชั้นเห็นว่าคำนำ สนพ.นั้นน่าจะเขียนให้ย่อยง่ายและเป็นมิตรกับผู้อ่านความรู้น้อยเสียหน่อยก็ดี อย่าลืมว่าในประเทศนี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะคนที่ฉลาดเท่าเทียมกันกับพวกคุณ คิดเสียว่าคุณกำลังทำหนังสือให้สาวโรงงานอ่านจะได้ไหม สาวโรงงานก็มีสิทธิที่จะอ่านวรรณกรรมไม่ใช่หรือ)
* * * * *
A matter of Time : เรื่องของเวลา
ดร.ปิยบุตร บุรีคำ แปล | สำนัพกพิมพ์มติชน
เรื่องของเวลาในหลากหลายแง่มุมให้ค้นหา หากคุณอยากรู้ว่าปัจจุบันคืออะไร ต่อจากนั้นเมื่อคุณจับต้องและสัมผัสได้ มันก็กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว จากปัจจุบันสู่อนาคตเปลี่ยนผันเปลี่ยนผ่านกลายเป็นอดีต
ถ้านักฟิสิกส์ตามหาเวลาไม่เจอ แล้วนักปรัชญาล่ะ จะช่วยหาได้ไหม และจริงๆแล้ว เวลามีอยู่จริงหรือไม่
เล่มนี้อาจจะอ่านยากไปหน่อย แต่สนุกมาก
* * * * *
Surely you’re joking Mr.Feynman
ราล์ฟ เลห์ตัน เรียบเรียง | นรา สุภัคโรจน์ แปล
สำนักพิมพ์มติชน
หนังสือที่เล่าถึงชีวประวัติของ ริชาร์ด ฟายน์แมน อีกหนึ่งนักฟิสิกส์คนสำคัญของโลก ฟายน์แมนนั้นฉลาดเฉลียวในการอำและมีอารมณ์ขัน ฉันคิดว่าฟายน์แมนเป็นบุคคลหนึ่งที่เราควรจะได้รับรู้และได้อ่านชีวประวัติของเขา หาใช่เพราะเขาเป็นอัจฉริยะแห่งโลกฟิสิกส์ หากแต่เขาเป็นแค่ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่เรื่องเล่าเกี่ยวกับตัวเขานั้นทำให้เรามีความสุข
* * * * *
วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน เล่ม 2
สฤณี อาชวานันกุล แปล | สำนักพิมพ์ openbooks
รวมสุนทรพจน์ในวันจบการศึกษา จากสิบบุคคล..ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในชีวิต
-ก็แหงสิ ใครจะเชิญบุคคลผู้ล้มเหลวในชีวิตขึ้นกล่าวปาฐกถาให้บัณฑิตจบใหม่ฟังละ-
เล่มนี้เป็นเล่มที่สองแล้ว กับการนำปาฐกถาวันจบการศึกษาของบุคคลชั้นนำ มาแปลและรวบรวมพิมพ์ออกเป็นเล่ม เล่มที่สองนี้ มีใครบ้าง จะร่ายรายชื่อให้ฟัง
J.K. Rowling – แม่แท้ๆ ของ แฮรี่ พอร์เตอร์
“ประโยชน์ทางอ้อมของความล้มเหลว และความสำคัญของจินตนาการ”
คนจำนวนมากไม่อยากใช้จินตนาการของพวกเขาเลยเสียด้วยซ้ำ พวกเขาเลือกที่จะอยู่อย่างสุขสบายภายในพรมแดนของประสบการณ์ส่วนตัว ไม่เคยกวนใจตัวเองให้สงสัยว่า ชีวิตจะเป็นอย่างไรถ้าเกิดมาเป็นคนอื่น พวกเขาสามารถปฏิเสธที่จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนหรือจ้องมองเข้าไปในกรงขัง พวกเขาสามารถปิดสมองและใจให้ไม่ต้องรับรู้ถึงความทุกข์ทรมานใดๆ ก็ตามที่ไม่ได้กระทบพวกเขาโดยตรง พวกเขาสามารถปฏิเสธที่จะรู้…
+ +
Guy Kawasaki – นักธุรกิจที่ทำให้แอปเปิลเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
“คุณอยากเป็นผู้ประกอบการใช่ไหม”
ชีวิตที่ไม่เคยสำรวจตรวจสอบตัวเองอาจไม่คุ้มค่าแก่การใช้ แต่ชีวิตที่ไม่เคยใช้ก็ไม่คุ้มค่าแก่การสำรวจตรวจสอบเช่นกัน จงมั่นใจว่าชีวิตของคุณคุ้มค่าที่จะสำรวจตรวจสอบ…
+ +
Barak Obama – ประธานาธิบดีผิวสี คนแรกของอเมริกา
“จงทำให้เรากลับมาเชื่อมั่นอีกครั้งหนึ่ง”
การเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้นั้น ไม่ใช่สิ่งเดียวกันกับการเชื่อแบบไร้เดียงสา เพราะความเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นโดยง่าย ทางเลือกที่ยากลำบากรอเราอยู่ในประเด็นใหญ่ๆ ที่เรากำลังเผชิญ…
+ +
Anna Quindlen – นักเขียนเบสเซลเลอร์..
“จงเสาะหาชีวิตที่แท้จริง”
จงพินิจพิเคราะห์ดอกลิลลี่ในทุ่ง มองดูขนอ่อนๆหลังใบหูของเด็กทารก อ่านหนังสือในสวนหลังบ้านโดยมีแสงอาทิตย์อาบหน้า เรียนรู้ที่จะมีความสุข และใช้ชีวิตราวกับคุณกำลังเผชิญกับโรคร้ายแรงที่ไม่มีทางรักษา เพราะถ้าคุณทำอย่างนั้น คุณจะใช้ชีวิตอย่างเบิกบานและกระตือรือร้น ซึ่งนั่นก็คือวิธีที่เราทุกคนควรใช้ชีวิต…
+ +
Bill Watterson – นักเขียนการ์ตูนช่อง
“ไอเดียบางข้อเกี่ยวกับโลกภายนอก จากคนที่ชำเลืองมองมันแล้วเผ่นหนี”
คุณอาจจะแปลกใจที่ได้พบว่าการดำเนินชีวิตประจำวันและเรื่องที่ต้องทำเพื่อ “อยู่ไปวันๆ” นั้น จะดูดกลืนเวลาตอนตื่นของคุณอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะแปลกใจที่ได้พบว่าคุณจะเริ่มมองการเมืองและศาสนาของคุณว่าเป็น เรื่องของนิสัยแทนที่จะเป็นเรื่องของการใช้ความคิดและตั้งคำถาม คุณอาจจะแปลกใจที่ได้พบว่าการอ่านหนังสือดีๆ เล่มหนึ่งแทบจะกลายเป็นของฟุ่มเฟือยไปเลย..
+ +
Bradley Whitford – Josh Lyman ใน The West Wing
คุณมีทางเลือกว่า คุณจะเป็นเหยื่อผู้เฉยเมยที่ปล่อยให้สถานการณ์พัดพา หรือเป็นฮีโร่ผู้แข็งขันในชีวิตของตัวเอง การลงมือทำคือยาแก้ความไม่แยแส การมองโลกในแง่ร้ายและความสิ้นหวัง แน่นอนว่าคุณจะต้องทำผิดพลาด เมื่อชีวิตคุณเข้าสู่จุดจบ คนจะตัดสินคุณจากก้าวที่คุณกระโดด ไม่ใช่จากก้าวที่คุณพลาดพลั้ง
+ +
Suzan-Lori Parks – นักเขีนรางวัลพูลิตเซอร์
“ชีวิตแบบที่คุณรักจะกระเถิบเข้าใกล้คุณ”
คำแนะนำที่ดีที่สุดที่ฉันเคยได้รับเป็นคำแนะนำที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยได้รับจากคนอื่นด้วย
+ +
Aleksandr Solzhenitsyn – นักเขียนโนเบล ปี 1970
ถ้าโลกยังไปไม่ถึงจุดจบ มันก็ได้มาถึงจุดหักเหครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ จุดที่สำคัญเท่ากับจุดเปลี่ยนจากยุคกลางเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ จุดหักเหครั้งนี้จะฉุดดึงให้จิตวิญญาณของเราพุ่งสูง เราจะต้องทะยานขึ้นสู่วิสัยทัศน์บนระนาบใหม่ที่สูงกว่าเดิม สู่ชีวิตระดับใหม่ที่ธรรมชาติทางกายภาพของเราจะไม่ถูกสาปเหมือนกับในยุคกลาง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ระดับที่จิตวิญญาณของเราจะไม่ถูกเหยียบย่ำเหมือนอย่างในยุคสมัยใหม่
การทะยานขึ้นครั้งนี้จะคล้ายคลึงกับการปีนขึ้นสู่พัฒนาการของมนุษย์ขั้นต่อไป ไม่มีใครบนโลกที่มีทางเลือกเหลืออีกแล้ว – ยกเว้นทางเลือกที่อยู่เหนือหัวเราขึ้นไปเท่านั้น.
+ +
John Walsh – ภัณฑารักษ์
สำนึกอยู่เสมอว่าคุณกำลังให้อะไรกับตัวเอง และทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร
* * * * *
เพศ : จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ
ธเนศ วงศ์ยานนาวา เขียน | สำนักพิมพ์มติชน
ข้อเขียนนี้เคยลงตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในมติชนสุดสัปดาห์ เนื่องจากสายตาอันชราของข้าพเจ้า จึงไม่สามารถตามอ่านจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ได้ตลอด เพราะทั้งเวลาอันจำกัดและความทรมานในการเพ่งจ้องตัวอักษรซึ่งเรียกว่าเล็กเสียยิ่งกว่าขี้ตา
หลายๆคนในยุคสมัยนี้ยังมองว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอายที่จะพูดหรือเอ่ยถึงอย่างโจ่งแจ้ง แต่คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องสามัญ การ กิน ขี้ ปี้ เยี่ยว เป็นเรื่องธรรมชาติ อย่าบอกนะว่าพวกคุณไม่เคยกระทำเรื่องพวกนี้เลย หากคุณจะตอบว่าไม่ ก็จงเก็บคำของคุณไว้และอย่าได้เอ่ยพ่นมันออกมา เพราะถ้าใครได้ยินได้ฟังแล้วคุณจะถูกประณามว่าเสียชาติเกิด
ในเล่มนี้คุณจะได้พบว่าการสำเร็จความใคร่หาใช่เรื่องผิดบาป การรักร่วมเพศเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ยุคกรีกโบราณและปรากฏอยู่ในตำราการแพทย์อินเดียตั้งแต่คริสศตวรรษที่หนึ่ง
เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติก็จริง แต่มันมีความสลับซับซ้อนในตัว มันถูกล้อมเอาไว้ด้วยเรื่องของจริยธรรม เราถูกมายาคติบางอย่างหุ้มห่อ ทำให้เรามองเรื่องเพศบิดเบือนไป
* * * * *
ความมั่งคั่งปฏิวัติ
Alvin & Heidi Toffler เขียน | สฤณี อาชวานันกุล แปล
สำนักพิมพ์มติชน
หนังสือเล่มนี้ออกจะหนักไปเสียหน่อย ทั้งเล่มและเนื้อหา (ข้าพเจ้าก็ยังอ่านไปไม่ถึงไหนเลย เลือกอ่านบ้าง ข้ามตอนไปบ้าง
เป็นหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่ม เพราะผู้เขียนทั้งสองใช้เวลารวบรวมข้อมูลเพื่อจะให้ได้หนังสือเล่มนี้ออกมา ยาวนานถึง 12 ปี คุณรู้สึกใช่ไหมว่าโลกหมุนเร็วขึ้นและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กินความกว้างกว่าการปฏิวัติเสียอีก ระบอบเสรษฐกิจใหม่เดินขนานไปกับวิถีชีวิตในยุคโลกาภิวัตน์ เราจะเข้าใจได้ว่าเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยและเลวร้ายที่ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลกในตอนนี้มันเกิดจากอะไร
* * * * *
The Fabric of The Cosmos | ทอถักจักรวาล
Brian Greene เขียน | ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติ แปล
สำนักพิมพ์มติชน
ฉันหมายมั่นปั้นมือหนักหนากับการได้เปิดอ่านหนังสือเล่มนี้ ฉันสนอกสนใจ อวกาศ เวลา และจักรวาล จนอยากจะไปตายแล้วเกิดใหม่เป็นนักฟิสิกส์ แต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะหนึ่ง โดยความเป็นจริงก็คือ ฉันไม่อยากเกิดอีกแล้ว สอง ถ้าฉันเกิดใหม่อีกครั้ง ฉันอาจจะเกิดเป็นอะไรก็ได้ ที่ไม่สามารถใช้ความคิดเป็น และถ้าเป็นงั้นก็จบเห่กันพอดี
ดูจากขนาดของหนังสือและเนื้อหา (หนาประมาณ 600 หน้า) บางคนอาจจะบอกว่ามันเป็นเรื่องยากไปนิดหากจะให้แบกหนังสือเล่มนี้แล้วอ่านมันให้จบ แต่ฉันกลับเห็นว่า ความหนาไม่ใช่อุปสรรค เราเลือกอ่านเฉพาะสิ่งที่เราสนใจในเล่มก็ไม่ใช่เรื่องผิด และหนังสือก็คงรูปอยู่เช่นนี้ มันไม่สูญสลายไปง่ายๆ หรอกตราบใดที่เราเก็บรักษามันไว้ เราจะหยิบมันออกมาอ่านเมื่อใดก็ได้ และฉันคิดว่าทั้งผู้เขียนและผู้แปลก็ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ไม่เกินความสามารถที่เราจะเข้าใจมัน ถ้าเราอยากรู้จริงๆ
* * * * *
Leonardo da Vinci – The Flights of the Mind | เลโอนาร์โด ดา วินชี วิถีอัจฉริยะ
Charles Nicholl เขียน | นพมาส แววหงส์ แปล
สำนักพิมพ์มติชน
ชีวประวัติของสุดยอดศิลปินยุคเรอเนซองส์
ตลอดเวลา ฉันได้แต่เฝ้านึกถึงชีวิตประจำวันของดาวินชี เขาทำอะไร คิดอย่างไรกับสิ่งประดิษฐ์และภาพของเขา น่าประหลาดนัก ฉันรู้จักชื่อของเขาจากผลงานของเขา หาใช่รู้จักตัวเขา
ตอนฉันยังเป็นเด็ก ชื่อโมนาลิซานั้นดูจะมีความสำคัญและน่าค้นหากว่าชื่อ ดา วินชี
การอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้อะไรกับคุณหรอก หากคุณไม่อยากรู้เรื่องของ ดา วินชี หากคุณไม่สนใจศิลปะก็อย่าเสียเวลาอ่านเลย เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดและสูญเวลาเปล่า
บ่อยครั้งที่ฉันตั้งคำถามกับตัวเองว่า ฉันอ่านหนังสือพวกนี้ไปเพื่ออะไร มันไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์ในแง่การงานแต่อย่างใด หนำซ้ำยังทำให้เสียเวลา แต่มีข้อหนึ่งซึ่งอาจไม่สลักสำคัญเท่าใดนัก ฉันพบว่า การอ่านเรื่องราวหรือข้อมูลเหล่านี้ ช่วยกล่อมเกลาจิตใจได้ระดับหนึ่ง
* * * * *
POST MODERN MAN | บทจำนรรจ์ว่าด้วยมนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้ [เล่ม 1]
ไชยันต์ ไชยพร เขียน | สำนักพิมพ์ openbooks
เล่มนี้เป็นเล่มที่ 1 แน่นอนว่าเล่มที่สองคงจะตามมาในอีกไม่ช้า ฉันจะบอกว่า ในบรรดาข้อเขียนที่รวมเป็นเล่มของไชยันต์ ไชยพร ทั้งหมด ก้มีเล่มนี้แหละที่อ่านง่ายและสนุกสนานที่สุด ส่วนเล่มอื่นๆนั้น อาจจะทำความเข้าใจยากไปหน่อย (แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาโอดครวญถ้าตั้งใจจะอ่าน) ฉันชอบคำว่า มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้ เพราะฉันเองรู้สึกว่าตัวฉันคล้ายจะเป็นเช่นนั้น (แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ฉันจะเป็นโพสต์โมเดิร์นแมนหรอกนะ)
หากคุณยังไม่เคยอ่านข้อเขียนของไชยันต์ และเกิดความสนใจที่จะอ่านงานของเขา ฉันขอแนะนำว่าให้คุณเริ่มจากเล่มนี้ (ซึ่งอันที่จริง ฉันเห็นว่ามันน่าจะออกมาก่อนสามเล่มที่ออกมาก่อนหน้านี้) เพราะสามเล่มก่อนหน้าอาจจะทำให้คุณขยาดที่จะอ่านเล่มนี้ ทั้งๆที่เล่มนี้เป็นเล่มที่อ่านง่ายและสนุก
ไหนลองคิดแบบโพสต์โมเดิร์นแมนสิว่า เป็นความบกพร่องของสำนักพิมพ์ หรือเป็นความจงใจ ที่จะผลิตเรื่องอ่านง่ายออกมาในภายหลังเพื่อลดทอนความยากและเครียดของสามเล่มก่อนหน้า


กุมภาพันธ์กำลังจะผ่านพ้น พายุฤดูร้อนยังไม่พัดมาถึง มันแค่เริ่มส่อเค้า




