หลงๆเลือนๆอยู่บนโลก เผลอไผลไม่รู้สติ หลับใหลไม่กี่ตื่น เดี๋ยวเดียวเวลาผ่านไปครึ่งปี ให้เวลาใช้ชีวิต มากกว่าให้ชีวิตใช้เวลา
ดนตรีคือสินค้าที่แทบจับต้องไม่ได้อีกแล้ว ถ้าฉันอยากฟังเพลง เมื่อก่อนฉันต้องถ่อไปที่ร้าน เพื่อเลือกในสิ่งที่ตัวเองอยากจะฟัง บางทีอัลบั้มที่อยากได้ก็ไม่มีต้องสั่งเข้ามา ใช้เวลารออีกเป็นอาทิตย์ หลังจากละเลียดปกซีดีอยู่ในนั้นค่อนวัน เดินวนไปมา แล้วควักเงินแลกมันมา กระเป๋าแทบฉีก แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าฉันอยากฟังเพลง นั่งหน้าจอ แล้วหาโหลดเอาตามไซต์เถื่อน
คนทำเพลงส่วนใหญ่น่าจะเลิกคิดมากไปแล้วในเรื่องลิขสิทธิ์ ห้ามไม่ได้หรอกที่เพลงของตัวเองจะว่อนเกลื่อนในเน็ต ในเมื่อทำดนตรีออกมาแล้ว ยังคิดว่าต้องรอให้คนมาซื้ออย่างถูกกฏหมาย ก็น่าจะทำเก็บไว้ฟังคนเดียว
ฉันว่าให้มันดูดกันไปมาตามซอกมุมในเว็บโน้นนี้ แบบเถื่อนๆ คงจะดีกว่าให้เพลงถูกเปิดฟังกันในวงแคบๆ
หยอดหูเถอะ เผื่อจะหายคัน
+ + + + + + + + + +

The Antlers | Hospice | sample track >> Two
นานๆจะเจอวงอินดี้ฝั่งอเมริกาที่ฟังแล้วไม่รู้สึกหมั่นไส้ (แต่เดี๋ยวนี้ฉันว่า วงอินดี้ยุโรปบางวงก็น่าหมั่นไส้พอกัน) lylic เต็มไปด้วยเรื่องเล่าเศร้าสลด คลุมเครือ อุปมาอุปไมแต่ก็ไม่น้ำเน่าเสียจนเอียน มีบางแทรคฟังดูเศร้าราวกับเพลงสวดในงานศพ
ฉันชอบเสียงร้องที่ดังงึมงำอยู่ในคอแบบนี้ ไม่รู้มันร้องว่าอะไร แต่ฟังแล้วเพราะดี
ฉันว่าอัลบั้มนี้มันไพเราะก็เพราะเพลงออกไปทางหม่นหมองเกือบทุกเพลง คุมโทนอยู่จริงๆ (แต่ไม่ชอบปก CD ที่มันดูธรรมดาไป ไม่เข้ากับดนตรีข้างในเลย)
+ + + + + + + + + +

The Album Leaf | In A Safe Place | sample track >> window
มาอีกแล้ว ซาวน์ดเหงาๆหลอนๆ ซึมเซา ราวกับคนติดยานอนหลับ วงนี้ออกมาแล้วสี่ชุด In A Safe Place เป็นชุดที่สาม ออกในปี 2004 ฉันว่าชุดนี้มันถูกจริตกับฉันมากกว่าชุดอื่น (ส่วนชุดสี่ Into The Blue Again ที่ออกปี 2006 นั้นฉันว่าเสียงสังเคราะห์มันชัดไปนิดฟังแล้วสแลงรูหู) แว่วๆมาว่า กำลังทำชุดใหม่กันอยู่ และจะออกในปี 2010 ก็อยากฟังนะ แต่คงไม่ถึงกับตั้งตารอ
+ + + + + + + + + +

Papercuts | You Can Have What You Want | sample track >> Future Primative
วงอินดี้ป๊อปอีกแล้ว เมื่อพูดถึงป๊อป ฉันก็มักจะนึกถึงคำพูดของ จอห์น โคลเทรน เขาเคยพูดไว้ทำนองว่า “ไม่ ช้าทุกบ้านในอเมริกาจะเปิดและพากันฟังดนตรีป๊อบ และบางทีมันก็อาจจะเข้ามามีส่วนในดนตรีแจ๊ซบ้างในอนาคต”
วงนี้เป็นป๊อปล้วนๆ ไม่มีแจ๊ซเจือปนหรอก อย่าได้คิดว่าที่ฉันยกคำของโคลเทรนมาก็เพื่อจะพูดพาดพิงถึงดนตรีของวงนี้ เปล่าซะหน่อย
ธรรมชาติของเพลงป๊อปนั้นฟังง่ายมีแทรคติดหูสักสองสามเพลง เราก็ยินดีควักเงินในกระเป๋าแลกแล้วล่ะ –อ๊ะ แต่เดี๋ยวนี้อาศัยดูดเอาจากไซต์เถื่อนในอินเตอร์เน็ต -ถึงยังไง ฉันคิดว่ามีหลายคนยอมเสียเวลาดูดมันออกมาฟังอยู่ดีล่ะ เพราะมันฟรี ไม่มีมูลค่า และเวลาก็ตีเป็นราคาไม่ได้
เกี่ยวกับวงนี้ที่ฉันพอจะบอกได้นะเหรอ ก็เหมือนชื่อปกอัลบั้มแหละ You Can Have What You Want
+ + + + + + + + + +

Arctic Monkeys | Humbug | sample track >> Crying Lightning
ว๊าย ว๊าย ว๊าย มาแล้ว Studio albums ชุดที่สามของวงเด็กแนว ไอ้เด็กลิงพวกนี้เก่งไม่หยอกนะคะคุณ โตมาจากการร้องเพลงในผับอังกฤษ ทำเดโมแล้วเบิร์นแจกตามที่ต่างๆที่เค้าไปเล่นคอนเสิร์ต (อย่าได้คิดว่ามันเป็นคอนเสิร์ตแบบเวทีใหญ่เท่าบ้านเนื้อที่สองไร่นะฮะ ที่โน่นคนดู 20 คน เค้าก็เรียกคอนเสิร์ตแล้วฮ่ะ)
เพลงของพวกเขาถูกพูดปากต่อปาก EP Five Minutes with Arctic Monkey 1,500 แผ่นขายเกลี้ยงแทบจะทันทีที่ออกวาง เล่ากันว่าแถวเข้าคิวซื้อ EP นี้ยาวเหยียดจนตื่นกันทั้งย่านเมืองในลอนดอน ทั้งๆที่ไม่มีค่ายได้มาหนุนเลย เห็นมะไม่ต้องพึงพาระบอบทุนเลย แต่สุดท้ายเค้าก็เซ็นสัญญามีค่ายไปเรียบร้อยแล้ว
+ + + + + + + + + +
Beirut | The Flying Club Cup | sample track >> Nantes
The Flying Club Cup ฟังแล้วนึกถึงหนังยุโรปเก่าๆ เห็นภาพบรรยากาศในชนบทแถบยุโรปตะวันออก
ดนตรีแบบนี้ใครๆก็เรียกโฟลค์ ไม่รู้สิ ด้วยเครื่องดนตรีด้วยเสียงร้อง มันทำให้ถูกเรียกยังงั้น
+ + + + + + + + + +

Destroyer | Trouble in Dreams | sample track >> Foam Hand
Destroyer เป็นชื่อที่ Daniel Bejar ใช้เป็นชื่อในการทำอัลบั้มเดี๋ยวของตัวเอง Dan นักร้องนักแต่งเพลงคณะ The New Pornographers และอื่นๆ -โปรเจ็กต์ดนตรีของพวกคนทำเพลงฝรั่งมันเยอะเนอะ ทั้งเป็นสมาชิกของหลายวง ทั้งที่ยังทำเพลงอยู่และแตกตายหายไปแล้วก็ด้วย
ฉันชอบชื่ออัลบั้ม Trouble in Dreams มันฟังดูแย่ดี ฉันว่า Dan เขาเขียนเพลงได้อ่านแล้วงงๆ ฟังดูเหมือนคนบ่นไม่อยู่กะร่องกะรอย แต่เพราะว่ะ อัลบั้มนี้ฉันชอบเพลง Foam Hands ลองฟังดูดิ ถ้ารู้เรื่องว่ามันพูดถึงอะไรก็บอกกันหน่อยนะ ฉันชอบแต่ฟังไม่รู้เรื่อง
+ + + + + + + + + +

God Help the Girl | God Help the Girl | sample track >> Musicians, Please Take Heed
God Help The Girl เป็นทั้งชื่อ โปรเจ็กต์ ชื่ออัลบั้ม และชื่อศิลปิน มันเป็นโปรเจ็กต์ล่าสุดที่ Stuart Murdoch เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง
Stuart Murdoch เป็น vocal ของ Belle&Sebastian ฉันชอบเขาเอามากๆทีเดียว เหตุผลเพียงเพราะเขามักจะเขียนเรื่องเล่าของเขาเป็นเรื่องเป็นราวไว้หลังปก ซีดี เกือบทุกๆ ชุดของ B&S
ปีที่แล้วได้ฟังซิงเกิ้ลที่ออกมาเดี่ยวๆ ของ God Help The Girl ที่ชื่อ The Psychiatrist Is in ตอนนั้นก็ตั้งตารอว่าเมื่อไหร่ตัวอัลบั้มจะออก
ว่ากันว่าโปรเจ็กต์นี้เป็นโปรเจ็กต์ป๋าดันของคุณพี่ Murdoch เค้าล่ะ สาวๆแต่ละคนที่พ่อคัดมา แจ่มๆ ทุกคนเลย -ให้ตายสิ-
หลังจากโปรเจ็กต์นี้แล้ว ฉันก็หวังว่า ไม่นาน อัลบั้มใหม่ของ B&S คงจะออกบ้าง ฉันคิดว่าการทำโปรเจ็กต์นี้ ทำให้การออกอัลบั้มที่เคยมีมาสม่ำเสมอต่อเนื่องของ B&S ต้องสะดุดเล็กน้อย
+ + + + + + + + + +
Maia Hirasawa | GBG vs STHLM | sample track >> I will sing for you
ถ้าจำไม่ผิดเธอเป็นลูกครึ่งสวีเดน-ญี่ปุ่น ตอนที่ได้ฟังครั้งแรก ฉันนึกถึง Bjork และน่าจะจริงว่า ดนตรีของ Bjork นั้นมีอิทธิพลกับเธออยู่เหมือนกัน
จะว่าไงดีล่ะ เพลงของเธอมันออกป๊อปๆแบบสแกนดิเนเวียละมั้ง ฟังสนุกสนาน สดใส
ชื่ออัลบั้ม GBG vs STHLM นั้นเป็นชื่อย่อของเมืองสองเมืองที่เธอผูกพันด้วย Gothenburg และ Stockholm ฉันคิดว่าคงจะมีคนหลงใหลได้ปลื้มกับเธออยู่ไม่น้อย ก็เธอออกจะเก๋ เท่ และมีแนวซะขนาดนั้น
+ + + + + + + + + +

Noah and the Whale | The First Days of Spring | sample track >> Stranger
ฟังชุดเก่า Peaceful, the World Lays Me Down ยังไม่หายเบื่อเลย ออกชุดใหม่มาอีกแล้ว
ชุดนี้ออกวางขายเดือนสิงหา แต่มีโหลดในเน็ตกันให้ว่อนก่อนหน้าตั้งสองสามเดือน
เอกลักษณ์ของวงนี้คือการสมสู่กันระหว่างท่วงทำนองของอินดีกับดนตรีโฟลค เครื่องดนตรีอย่าง fiddle / tambourine / trombone และ trumpet มีส่วนช่วยมาก มันทำให้เกิดความต่าง
The First Days of Spring นั่นฉันว่าเสียงของ bass drum ค่อนข้างชัดเจนและมีน้ำหนักกว่าชุดที่แล้ว แต่เสียงของ fiddle จางลงนิดหน่อย
+ + + + + + + + + +

Nurses | Apples Acres | sample track >> Technicolor
เจอวงนี้โดยบังเอิญ ถึงกับหลงใหลได้ปลื้มอยู่นานสองนาน แทบไม่ต้องเสียเวลาใช้สมองคิดเลย เพราะมันต้องใช้หูฟัง..แม้ใครอาจจะเถียงว่าเพลงบางเพลงต้องใช้สมองฟังก็ตาม แต่สำหรับวงนี้ไม่เลย ใช้หูล้วนๆฮะ ไม่ต้องคิดอะไรกันมาก
พอได้ฟัง Technicolor แทรคแรกของอัลบั้มนี้ก็ถึงกับต่อมแตก ความแร่ดที่มีทั้งหมดทั้งมวลก็พุ่งปรี๊ด
+ + + + + + + + + +
Ólafur Arnalds | Eulogy for Evolution, Found Songs, Variations 0f Static | sample track >> Faun
เพลงแบบที่ชอบ ถ้าเคยฟัง Sigur Rós คงนึกออก สุ้มเสียงหนาวๆเย็นๆ ฟังแล้วเหงาแทบขาดใจ (พูดให้เวอร์ไปงั้นแหละ)
สำหรับพ่อคนนี้ ขอเชียร์ 3 ชุดเลยแล้วกัน เพราะหลงหัวปักหัวปำ เพลงที่ว่าเพราะๆนี่ก็มาจากเครื่องดนตรีธรรมดาๆ กลอง กีตาร์ เปียโน แบนโจ อัลบั้ม Eulogy for Evolution นี่ของคุณเค้าเก๋นะฮะ มีชื่อ track เป็นตัวเลข อันนี้ก็ไม่รู้ว่าแกจะซ่อน symbol อะไรไว้รึเปล่า ก็ฟังไปแบบคนโง่ฮะ ไม่ได้สนใจอะไร เอาเพลงเพราะเข้าหูเป็นพอ
ส่วน EP อีกสองชุด—ถ้าใครหลงลืมอดีตอันเจ็บปวดแต่หนหลังไปเสียสนิทแล้ว ก็ไปหามาฟังเถอะ เป็นการทรมานตัวเองที่คลาสสิคสุดๆเลยก็ว่าได้ (อ้อ ตอนฟัง แนะนำให้เอาตัวเองไปแช่ช่องฟรีซด้วย)
+ + + + + + + + + +

Radical Face | Ghost | sample track >> Welcome Home, Son
จะบอกว่าฟังเพราะชอบปก CD ก็ดูกระไรอยู่ ฉันไม่รู้ว่า คำว่า Ghost นอกจากจะหมายถึงผี / วิญญาณแล้วมันจะมีความหมายอะไรได้อีก ฉันฟังอัลบั้มนี้แล้วกลับรู้สึกถึงภาพลวงตามากกว่าผี
ฉันไม่รู้หรอก ขี้เกียจตีความ ที่รู้มาก็คือ อัลบั้มนี้เป็นคอนเซ็ปต์ที่คนทำดนตรีผูกร้อยเพลงแต่ละเพลงเข้าด้วยกันโดยยึดเอาเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านเป็นแกน -คนทำเพลงถ้าไม่เป็นพวกที่รักบ้านมากก็คงเป็นพวกที่โหยหาบ้านเพราะจากบ้านมานาน
ฉันว่าอัลบั้มนี้มันออกเหงาๆนะ แต่ไม่ถึงกับขาดใจตาย
+ + + + + + + + + +

Phoenix | Alphabetical | sample track >> Everything Is Everything
นี่ไม่ใช่อัลบั้มใหม่ของวงนี้ มันเป็นชุดที่สอง ออกปี 2004 –
ว่าไงดีล่ะ มันก็ไม่ได้ไพเราะโคตรหรอก มันออกจะเป็นเพลงร็อคธรรมดานะ แต่มันฟังดู…
อืมม …คุณนึกภาพจิ้กโก๋ไฮโซฝรั่ง หน้าตาจิ้มลิ้มบอบบาง เดินเที่ยวแถวๆข้าวสาร ดวดสาโทแล้วเมาตาเยิ้มสิ มันอะไรทำนองนั้นแหละ ฉันว่ามันดูน่ารักดีออก
+ + + + + + + + + +

Wendy Sutter, cello – Philip Glass, piano | Philip Glass – Songs and Poems for Solo Cello
ผลงานของ Philip Glass นักแต่งเพลงที่ว่ากันว่าทรงอิทธิพลที่สุดในปลายศตวรรษที่ 20
แต่ สำหรับฉัน อืมมม..ฉันไม่ตื่นเต้นกับ Glass เท่ากับเสียงเสียดทานที่เกิดจากการชักเชลโลของ Wendy Sutter นักเชลโลที่จัดว่าสวยหรู ดูดี
ถ้าคุณเคยดู Crouching Tiger, Hidden Dragon และจำเสียงเครื่องสายที่ประกอบในภาพยนตร์ได้..นั่นละๆ มันเป็นผลงานของเธอ
ฉันจะไม่แจกแจงความสามารถและชื่อเสียงของเธอนะ เพราะมันเยอะมากและนั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้ฉันฟังเสียงเชลโลของเธอ
มันแน่อยู่แล้วที่เสียงเครื่องสายจะฟังดูหม่นหมองและเศร้า แต่จังหวะของ Sutter มันอาจไม่คล้ายอย่างนั้น ฉันว่าฟังดูค่อนข้างวังเวงและมีเสน่ห์ประหลาด มันมีรสชาติชนิด..bitter-sweet คงไม่สาธยายอะไรมาก ต้องไปฟังเอาเองแล้วกันว่ามันถูกกะรูหูคุณรึป่าว





August 30, 2009 at 7:10 am
“”"ให้มันดูดกันไปมาตามซอกมุมในเว็บโน้นนี้ แบบเถื่อนๆ คงจะดีกว่าให้เพลงถูกเปิดฟังกันในวงแคบๆ “”"
เห็นด้วยเต็มแรง เปิดลองฟังได้แทรคหนึ่งฝนก็กระหน่ำลงมาทันที
ฟ้าดินลงโทษหรือไงหว่า ที่หนับหนุนไอเดียดูดเพลง 555
ไม่เคยตันหู แต่อยากเริ่มหยอดหูซะแล้ว