เช้าวานฉันกระชากสายรุ้งที่สะท้อนพาดอยู่ระหว่างทางด่วน
กว่าจะดึงมันออกมาได้ทั้งหมด เล่นเอาเหงื่อตก
แถบเส้นทั้งเจ็ดของมันพันกันยุ่งเหยิง ฉันต้องค่อยๆจับมันแยกออกไม่ให้มันพันกันเป็นปม
ขนาดของมันยาวทีเดียว ฉันต้องค่อยๆขดม้วนมันไว้ คิดว่าไม่นานนี้คงถึงคราวจำเป็นต้องเอามันมาใช้
เนิบเนือยและเชื่องช้า เวลาหมุนผ่าน
นาฬิกาประจำตัวของฉันหยุดนิ่งชั่วครู่แล้วจู่ๆเข็มก็ดีดกลับเดินถอยหลังซะงั้น
อันที่จริงมันอยากจะเดินไปข้างหน้าให้เร็วกว่านี้ วิ่งแข่งกับตัวเองและโลก
ทว่าราวโลกคล้ายลูกข่างที่ถูกขว้างออกและสะบัดหลุดอย่างแรงจากปลายเส้นเชือกที่ขดแน่น
อาการดิ่งหมุนของมันแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีหยุด
นาฬิกาของฉันเลยเย้ยหยันโลกด้วยการเดินถอยหลัง
การกระทำเช่นนั้นของมันกวนประสาทฉันใช่ย่อย
ฉันเริ่มกลั่นแกล้งมัน ด้วยการเอานิ้วหัวแม่เท้ากดดักเข็มวินาทีไม่ให้ขยับเขยือนได้
ฉันนั่งมองเข็มวินาทีดิ้นขลุกขลักทรมานอย่างใจเย็น
จากนั้นอัมพฤตก็เริ่มกลืนกินเข็มยาวทีละนิด
การคืบคลานถอยหลังของมันหยุดชะงัก เข็มสั้นแน่นิ่งอยู่กับที่ ราวสนิมกินยากจะขยับ
นาฬิกาแน่นิ่งไปในที่สุด ฉันยกหัวแม่เท้าออก พินิจดูว่าเข็มยังกระดิกอยู่อีกหรือไม่
มันนิ่งเงียบราวกำลังหลับไหล
ชั่วขณะนั้นเอง ฉันรู้สึกคล้ายในหัวเต็มไปด้วยสัตว์ปีกแข็ง
รู้สึกจั๊กกะจี้ตรงร่องหยักสมองและคันนิดๆ
สัตว์ปีกแข็งพวกนั้นกำลังแทะกินสมองของฉันอยู่
พวกมันคงเอร็ดอร่อยกันน่าดู
แว่วเสียงขันลานนาฬิกาดังไกลๆมาจากทิศใดทิศหนึ่ง
ฉันรีบหลบซ่อนตัวและซุ่มดูอยู่ในความมืด
สิ้นเสียงขันลาน ร่างลึกลับค่อยๆปรากฏ
ลมหายใจของร่างนั้น ดังราวเข็มวินาทีกระดิก คลิก คลิก คลิก
ร่างลึกลับห้อยแขวนนาฬิกาเก่าคราคร่ำ ฉันเพ่งจ้องเวลาจากนาฬิกาเรือนนั้น
ทุด! มันเดินถอยหลัง!
ดวงตาของฉันพร่าเบลอชั่วขณะ จากนั้นภาพรางเลือนราวฟุตเตจอันแหว่งวิ่นก็ปรากฏเข้ามาแทน
มันฉายภาพเล่าเรื่องราวของร่างลึกลับเจ้าของลมหายใจดัง คลิก คลิก คลิก ผู้นั้น
เหตุการณ์ดำเนินย้อนหลังตามการหมุนทวนของเข็มนาฬิกา
ภาพหนึ่งตรึงตา ขณะเขาคลี่สายรุ้งที่ขดม้วนนั้นออกแล้วมัดเป็นห่วงบ่วง
เขาผูกปลายเชือกอีกข้างด้วยหินอุกาบาต
แล้วเหวี่ยงรุ้งขึ้นฟ้า หวังให้มันคล้องเกี่ยวเข้ากับวงแหวนซึ่งล่องหนของดาวพฤหัส
หินอุกาบาตหน่วงสายรุ้งยึดติดตรึงแน่นเข้ากับวงแหวน
เขาทดลองกระตุกชักเส้นรุ้งเพื่อหยั่งความแข็งแรงว่ามันเหนี่ยวทนขนาดไหน
โดยไม่รีรอ เขาจับบ่วงเข้าคล้องคอ และถีบกระโดดห้อยไกวตัวเองไปมาในอวกาศ
ภาพที่เห็นงดงามเหลือเชื่อ
ฉันตะลึงงันชมภาพนั้น พลางนิ่งคิดว่าเป็นเวลานานเท่าใดกันกว่าที่วิญญาณของเขาจะหลุดจากร่าง
อะตอมที่รวมเป็นตัวเขายังเกาะตัวกันอยู่เช่นนั้น ไม่ยอมแตกออก
ร่างผูกติดอยู่กับแถบสีทั้งเจ็ด ห้อยแขวนแกว่งไกวอยู่ในอวกาศ
วิญญาณของเขาอาจเดินทางไปไกลแล้ว
แต่เสียงลมหายใจ คลิก คลิก คลิก ยังแว่วดัง




June 12, 2009 at 11:20 am
งานเขียนที่ร่ายออกมาสดๆ แบบไม่หยุดจากห้วงคำนึงใช่ไหมครับ?
ผมก็เขียนงานประเภทนี้ออกบ่อย และมักจะออกมาดีมากกว่างานที่ตั้งใจเขียนเพื่อประโลมโลกย์เสียอีกแน่ะ
ดีใจที่มีคนเขียนงานประเภทนี้เหมือนกัน