คำเตือน
ชั้นกำลังจะพล่ามถึงหนังเรื่องล่าสุดของ Woody Allen ที่ชื่อ Midnight in Paris
ใคร ที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ถ้าไม่อยากจะเสียความบริสุทธิ์ในการชม(ถ้าคิดว่าจะไปดูอะนะ) ก็อย่าอ่านเรื่องที่ชั้นเขียน
♣ ♣ ♣
ชั้นไม่เคยมี passion กับหนังของ Woody Allen เลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบนะ หลายเรื่องที่ดูก็ชอบ หนุกดี ครั้งแรกที่ได้ดูหนังของลุงแกเนี่ย ชั้นก็จำไม่ได้หรอกว่ามันเรื่องอะไร จำได้แค่ว่า เออ มีด้วยพระเอกหน้าตาแบบนี้
ตอนนั้นชั้นยังไม่รู้จัก Woody Allen ให้ตายเหอะ ไม่รู้จักอะไรเลยจริง
เมื่อเริ่มจะกร้านโลกแล้วถึงได้รู้จัก แต่ก็ยังไม่มีความลุ่มหลงอยู่ดี นั้นเป็นเพราะการเริ่มต้นที่ผิดวิธี
ชั้นเริ่มต้นกับการดูหนังที่ “แม่งอาร์ตว่ะ” มัวไปหลงใหลได้ปลื่มกับรสนิยมแบบนั้น เพราะเสือกคิดว่ามันดูดีชิบหาย
นานๆ ไป มันออกจะน่าเบื่อนะ หนังก็คือหนัง
ชั้นคิดว่า คนเราดูหนังเพื่อความบันเทิง สิ่งอื่นที่ติดมามันคือผลพลอยได้ อาจจะมีใครฉลาดขึ้นเมื่อได้ดูหนังสักเรื่อง แต่ไม่ใช่ชั้นแน่ๆ
อะดรีนาลีนที่หลังออกมาจากการได้ดูหนังสักเรื่อง มันก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนกับ อะดรีนาลีนที่หลั่งจากการสำเร็จความใคร่
midnight in paris เปิดเรื่องด้วยอะไรๆ ที่โคตรจะโรมานซ์ และชั้นก็นั่งนึกในใจว่า ‘แล้วกูจะหลับมั้ยอะ’
ฉันเบื่อหน่ายเวลาที่คนพูดจากันด้วยเรื่องฉลาดๆ งานของโรแดง ภาพเขียนของโมเนต์ แล้วก็ บลาบลาบลา (แม่งอาร์ตว่ะ ได้ยินอีคนเก้าอี้หลังในโรงหนังมันส่งเสียง)
พฤติกรรมในชีวิตจริงของคนก็ไม่หนีไปไกลจากหนัง เอ.. ไม่ใช่สิ เค้าว่าหนังมักจะยอกย้อนเอาพฤติกรรมในชีวิตจริงของคนมาล้อเลียน
จนกระทั่ง scott fitzgerald กับ Zelda Fitzgerald โผล่มานั่นล่ะ .. ชั้นนึกในใจว่าลุง Allen แกเล่นมุกดีจริงๆ เพราะผัว-เมีย fitzgerald น่าประทับใจมาก และชั้นก็คิดว่าเหมาะแล้วที่ fitzgerald โผล่มาก่อนใครเพื่อน แล้วตามมาด้วย Hemingway
ซีนกลางคืนนี่สนุกฮะ ทีแรกชั้นคิดว่า… เออ พ่อพระเอกของเราแกเมาไวน์ได้กวีมาก คือ ชั้นอยากเมาไวน์แล้วเจอผู้คนอะไรแบบนี้บ้าง
แต่ไม่ใช่เพราะไวน์ หรือ แวเลียม แต่มันคือ แมจิกคอล
ตอนที่ Hemingway บอก Gil ว่า เขาจะไม่อ่านนวนิยายของ Gil ด้วยเหตุผลว่า
I hate it.
If it’s bad, I’ll hate it. If it’s good, then I’ll be envious and hate it even more.
You don’t want the opinion of another writer.
เขาบอกว่าจะให้ Gertrude Stein อ่านให้หลังจากที่เธอกลับจากสเปน — เอาแล้วสิ
ฉากต่อจากนั้น ไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะชั้นนั่งลุ้นว่าต่อไปจะมีใครโผล่มาอีก
Picasso, Dali, Buñuel, Man Ray เซอร์ไพรส์อะ
ทุกครั้งที่คนพวกนี้พูดกันมันฮามาก มีซีนนึงที่ชอบมาก ที่พวกเซอร์เรียลเค้าคุยกัน
Man Ray: A man in love with a woman from a different era. I see a photograph!
Luis Buñuel: I see a film!
Gil: I see insurmountable problem!
Salvador Dalí: I see rhinoceros!
รู้สึกว่า Dali จะหมกมุ่นกับแรดเป็นพิเศษ
ชั้นรอคอยการมาถึงของ Vincent van Gogh ตลอดเวลา
เพราะอะไรน่ะรึ ก็แบ๊กกราวน์ใบปิดหนังนั่นไง มันเป็นภาพ The Starry Night ของ Gogh
ฉะนั้น ต้องมีเขาอยู่ในหนังเรื่องนี้สิ และเมื่อมีฉากหนึ่งที่ Gil กับ Adriana หลุดเข้าไปยุคทองของพวกชั้นสูง แล้ว Adriana ก็บอกว่าเธอจะไม่กลับไปยุคของเธออีกแล้ว เธอจะอยู่ที่นี่ ยุค Belle Époque เป็นยุคที่เธอฝันถึงมาตลอด
I’m from the ’20s, and I’m telling you the golden age is la Belle Époque.
อันที่จริง ชั้นก็ไม่ได้มีความรู้เรื่อง Belle Époque แต่เมื่อในฉากนั้นมี Gauguin, Degas, Matisse แล้วทำไมจะไม่มี Gogh ล่ะ
จนหนังจบ Gogh ก็ยังไม่ปรากฏตัว สงสัยว่าเฮียแกเพิ่งจะตายไปก่อนหน้านี้ เราเลยไม่ได้เห็นเขาในหนัง
หนังจบแล้ว แล้วก็เป็นหนังที่เซอร์ไพรส์จริงๆ แต่ชั้นก็ยังหมกมุ่นอยู่ว่าทำไมไม่มี Gogh ล่ะ
เขาคือตัวละครสุดยอดเลย ยังคิดว่าอาจจะมีซีนที่มี Gogh แต่ Woody Allen ตัดออกไป
ชั้นปักใจเชื่อว่ามี Gogh ในหนังเรื่องนี้ แค่ว่าเราคงไม่ได้รับอนุญาตให้ดู
คุณว่าถ้าคุณเป็น Woody Allen คุณจะใส่ Gogh ลงไปในหนังเรื่องนี้มั้ยล่ะ?


